เกี่ยวกับสถานที่
โชโจชินอิน (Shojoshin-in) เป็นหนึ่งในที่พักในวัด (shukubo) ที่ใหญ่และเป็นที่เคารพศรัทธาที่สุดบนเขาโคยะซัน สามารถรองรับแขกได้มากกว่าร้อยคนและมีประวัติศาสตร์ย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของหมู่พระอารามที่ก่อตั้งโดยท่านคูไกในศตวรรษที่ 9 โชโจชินอินเป็นมากกว่าที่พัก แต่ยังมอบประสบการณ์การดื่มด่ำกับวิถีชีวิตนักบวชในนิกายชินงอน: แขกจะตื่นก่อนรุ่งสางเพื่อเข้าร่วมพิธีชำระล้างด้วยไฟศักดิ์สิทธิ์ (Homa) รับประทานอาหารมังสวิรัติแบบนักบวชที่เรียกว่า "โชจิน เรียวริ" และมีโอกาสเดินชมสุสานโอคุโนอินที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในญี่ปุ่นในยามค่ำคืน ท่ามกลางต้นสนซีดาร์อายุนับพันปีที่มีเพียงโคมไฟหินส่องทาง นี่คือหนึ่งในประสบการณ์ทางจิตวิญญาณที่ลึกซึ้งและแท้จริงที่สุดที่ญี่ปุ่นมอบให้แก่นักเดินทาง
ประวัติความเป็นมา
ประวัติของโชโจชินอินนั้นแยกไม่ออกจากการสร้างเขาโคยะซัน ในปี ค.ศ. 816 ท่านคูไก (โกโบ ไดชิ) ได้รับพระบรมราชานุญาตจากจักรพรรดิซากะให้สร้างหมู่พระอารามนิกายชินงอนบนยอดเขาในจังหวัดวากายามะ เนื่องจากโคยะซันไม่ถูกทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โชโจชินอินจึงยังคงรักษามรดกทางสถาปัตยกรรมและศิลปะดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เคยสั่งห้ามสตรีเข้าเป็นเวลานับศตวรรษก่อนจะยกเลิกในสมัยเมจิ จนกลายเป็นจุดหมายปลายทางทางจิตวิญญาณระดับโลกในปัจจุบัน หัวใจสำคัญของความเชื่อที่นี่คือท่านคูไกไม่ได้มรณภาพ แต่กำลังเข้าสู่สมาธิอันเป็นนิรันดร์ ณ สุสานโอคุโนอินเพื่อรอการมาถึงของพระเมตไตรย การมาเยือนโชโจชินอินจึงไม่ใช่แค่การดูสถานที่ทางประวัติศาสตร์ แต่คือการเข้าสู่ที่พำนักของคุรุผู้ตื่นรู้ซึ่งตามตำนานเชื่อว่าท่านยังคงมีชีวิตอยู่และสถิตอยู่ที่นี่
🎴 สาระน่ารู้
โชโจชินอินตั้งอยู่ห่างจากสุสานโอคุโนอินที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในญี่ปุ่นเพียงไม่ถึง 10 นาทีโดยการเดิน ซึ่งเป็นที่ฝังศพของบุคคลสำคัญกว่า 200,000 คน รวมถึงจักรพรรดิ โชกุน และผู้ก่อตั้งบริษัทใหญ่ๆ ภายใต้ต้นสนซีดาร์อายุเก่าแก่กว่า 400 ปี
การเดินชมโอคุโนอินยามค่ำคืนจากโชโจชินอิน ท่ามกลางเสียงฝีเท้าบนใบไม้แห้งและแสงไฟริบหรี่จากโคมไฟหิน เป็นประสบการณ์ที่ผู้มาเยือนหลายคนยกย่องว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางจิตวิญญาณครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต
พิธีชำระล้างด้วยไฟ "โฮมะ" ในยามรุ่งสางเป็นพิธีกรรมทางพุทธศาสนาแบบชินงอนที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาบนเขาโคยะตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 พระสงฆ์จะโยนไม้ที่เขียนคำอธิษฐานลงในไฟศักดิ์สิทธิ์ เพื่อสื่อถึงการเผาทำลายกิเลสเพื่อให้ได้มาซึ่งความสว่างทางจิตใจ
อาหารมังสวิรัติ "โชจิน เรียวริ" ที่เสิร์ฟในโชโจชินอินเป็นศิลปะแห่งการปรุงอาหาร: ทำจากผัก เต้าหู้ และสาหร่ายตามหลักพุทธศาสนา โดยไม่ใช้เนื้อสัตว์ และงดเว้นผักที่มีกลิ่นฉุน 5 ชนิด (หอม, กระเทียม, กุ้ยช่าย, หลักเกียว, มหาหิงคุ์) ซึ่งเชื่อว่ากระตุ้นกิเลส
ท่านคูไก ผู้ก่อตั้งโคยะซัน ได้รับการยกย่องว่าเป็นปรมาจารย์ด้านอักษรวิจิตร เป็นผู้คิดค้นตัวอักษรฮิรางานะ และเป็นผู้นำงา ชา และน้ำตาลเข้ามาในญี่ปุ่น นอกจากจะเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณแล้ว ท่านยังเป็นปัญญาชนและศิลปินผู้ยิ่งใหญ่
ธรรมเนียมชินงอนสอนว่าท่านคูไกไม่ได้มรณภาพแต่ยังคงเข้าฌานสมาธิอยู่ในโอคุโนอิน พระสงฆ์ยังคงถวายภัตตาหารแด่ท่านวันละ 2 มื้อเหมือนครั้งยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ทำติดต่อกันมานานกว่า 1,100 ปี
เขาโคยะซันได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี 2004 ในฐานะส่วนหนึ่งของเส้นทางจาริกแสวงบุญในเทือกเขาคิอิ ซึ่งรวมถึงเส้นทางคุมาโนะและศาลเจ้าโยชิโนะด้วย
การนอนที่โชโจชินอินหมายถึงการได้แบ่งปันพื้นที่เดียวกับพระสงฆ์ที่ปฏิบัติธรรมอยู่ที่นั่น แขกหลายคนที่มีโอกาสสนทนากับนักบวชเล่าว่าเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เห็นมุมมองชีวิตที่แจ่มชัดซึ่งหาได้ยากในชีวิตประจำวัน
แม้การจองที่พักในปัจจุบันจะทำผ่านแพลตฟอร์มระดับโลก แต่ประสบการณ์ภายในยังคงเหมือนเดิมทุกประการกับเหล่าผู้แสวงบุญในยุคกลางที่ต้องเดินทางรอนแรมผ่านหุบเขาเพื่อมาถึงที่นี่
ในฤดูหนาว เมื่อหิมะปกคลุมต้นสนซีดาร์ในโอคุโนอินและควันจากพิธีไฟลอยขึ้นสู่税อากาศที่หนาวเหน็บ โคยะซันจะมอบภาพลักษณ์ที่ทรงพลังและน่าจดจำที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต